BuddistBank's profileอาศรมของศิยรายาPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
อาศรมของศิยรายาออกไปสร้างบุญให้มากมาย แล้วกลับมาผ่อนคลายในอาศรม |
|||||
|
|
February 24 ความสุขของดอกบัวณ ตลาดแห่งหนึ่ง บัวน้อยนับร้อยถูกส่งมาจากหลายทิศทาง วางแข่งกันอยู่ในถังก็มี อยู่บนแแผงหน้าร้านก็มาก ผู้คนมากมายมาเลือกเมียงมองพวกเขาแล้วบรรจงเลือกซื้อไปทีละดอก ทีละดอก แม้บัว ทุกดอกจะต่างที่มาที่ไป แต่บัวทุกดอกก็ยิ้มในใจดอย่างมีความสุข ความหมายที่อยู่เบื้องหลังรอยยิ้มก็คือ บัวทุกรอกรู้ว่าพวกเขาถูกเด็ดมาเพื่อนำไปสักการะบูชาพระบรมครูผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ความเสียสละของบังหมายถึงความดีงามที่เพิ่มขึ้นในหัวใจของผองชนอีกมากมายนับร้อยนับพันหรือนับหมื่นนับแสนในประเทศนี้หรือในโลกใบนี้ เช่นนี้แล้ว ถึงถูกเด็ด ถูกตัด ถูกพับจนกลีบช้ำ แต่บัวก็ยังยิ้มอย่างเป็นสุข
January 13 แนะนำอาศรมอาศรม ตามความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาคือ อาศรม (สันสกฤต. อาศรฺม; บาลี. อสฺสม) น. ที่อยู่ของนักพรตต่างๆ.
ซึ่งในความหมายนี้ก็คือ ที่อยู่ของผู้ถือศีลเป็นกิจวัตร เพื่อข่มกายใจ เผากิเลสเหตุของทุกข์....
เอาละ มันเป็นวิชากงวิชาการไปตั้งสองบรรทัดแล้ว พูดกันตามประสาคนกันเองๆดีกว่า
มันก็คือ ที่ๆคนที่เค้าหาความสุขภายในอยู่กันนั่นแหละ
แล้วทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ก็เพราะคนที่รักษาศีลดี ก็จะไม่ไปหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว และศีลพรต อย่างศีลแปดก็ยังกันไม่ให้ใจเศร้าหมองกับเรื่องนอกตัวด้วย ลองคิดดูวันๆเอาแต่กิน เอาแต่เที่ยวเล่น เอาแต่นอนกินบ้านกินเมือง การงานอาชีพไม่มีกิจจะลักษณะ คนพวกนี้ชีวิตไม่รุ่งโรจน์โชตนาการชัวร์
แต่อย่างว่าแหละนะ คนเราจะอยู่กับศีลพรตได้ยังไง ไม่นานก็คงเฉาตายไปแล้วล่ะมั้ง ไม่ออกไปดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม แถมทานน้อยมื้ออีก
ก้อมานมีวิธีที่จะได้ความสุขอย่างง่ายๆ ไงล่ะโยม
อันที่จริงคนที่รักษาศีลแปดในหลักพุทธศาสนานั้น ไม่ใช่ว่าจะต้องไม่ยุ่งแบบเด็ดขาดนะ มันไม่เหมือนของพราหมณ์ แบบนั้นอย่างเคร่งเครียดเลยล่ะ แค่รักษาใจไม่ให้เผลอสติหลุดออกนอกศีลไปก็พอ เราต้องเข้าใจว่า หลายๆสิ่งหลายๆอย่างในโลกใบนี้เราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เราต้องปรับตัว อย่างง่ายๆคือ การทำสมาธิภาวนา
(ต่อไปนี้ต้องจริงจังหน่อย โม้เองไม่ได้ต้องอ้างอิงจากตำรา) สมาธิ คือ ความสงบ สบาย และความรู้สึกเป็นสุขอย่างยิ่งที่มนุษย์สามารถสร้างขึ้นได้ด้วยตนเอง เป็นสิ่งที่พระพุทธศาสนากำหนดเอาไว้เป็นข้อควรปฏิบัติ เพื่อการดำรงชีวิตทุกวันอย่างเป็นสุข ไม่ประมาท เต็มไปด้วยสติสัมปชัญญะ และปัญญา อันเป็นเรื่องไม่เหลือวิสัย ทุกคนสามารถปฏิบัติได้ง่ายๆ ดังวิธีปฏิบัติที่พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ได้เมตตาสั่งสอนไว้ดังนี้ พอนิมิตดวงแก้วกลมใสปรากฏขึ้นชัดแล้วในกลางกาย ให้วางอารมณ์ สบายๆ กับนิมิตนั้นราวกับว่านิมิตนั้นเป็นส่วนหนึ่งของอารมณ์ ถ้ามันหายไป ก็ไม่ต้องไปเสียดาย ให้วางอารมณ์สบายใหม่อีกรอบหนึ่ง ตามวิธีที่ว่ามาแล้วข้างต้น หรือถ้าหากมันไปปรากฏที่อื่น อย่าง ปลายจมูก หน้าอก หรือ ตรงหน้าผาก ก็น้อมนิมิตเข้ามาที่ศูนย์กลางกาย อย่างค่อยเป็นค่อยไปไม่ต้องไปฝืนไปบังคับ และเมื่อนิมิตมาถึงศูนย์กลางกายให้วางสติลงไปกลางดวงนิมิต (ใส่ใจเฉพาะตรงดวง) รู้สึกคล้ายมีดาวดวงเล็กๆ อีกดวงหนึ่งซ้อนอยู่ตรงกลางดวงนิมิตดวงเดิม แล้วค่อยเปลี่ยนมาสนใจเฉพาะดวงใหม่ดวงเล็กๆตรงกลางนั้นไปเรื่อย ระหว่างนี้ ใจจะปรับตัวเองจนหยุดได้ถูกส่วนเกิดการตกศูนย์(รู้สึกคล้ายตกจากที่สูง) และดวงสว่างดวงใหม่ก็จะเกิด (มาเองไม่ใช่นึกเอา) เรียกว่า ดวงธรรม เป็นจุดเริ่มต้นแห้งความสุขที่แท้จริง และที่ยิ่งๆขึ้นไป
ข้อควรระวัง
การฝึกสมาธิเบื้องต้นเท่าที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ย่อมเป็น ปัจจัยให้เกิดความสุขได้พอสมควร เมื่อซักซ้อมปฏิบัติอยู่ เสมอๆไม่ทอดทิ้ง จนได้ดวงปฐมมรรคแล้ว ก็ให้หมั่นประคอง รักษาดวงปฐมมรรคนั้นไว้ตลอดชีวิต ดำรงตนอยู่ในศีลธรรม อันดี ย่อม เป็นหลักประกันได้ว่า ได้ที่พึ่งของชีวิตที่ถูกต้อง ดีงาม ที่จะส่ง ผลให้เป็นผู้มีความสุข ความเจริญ ทั้งในภพ ชาตินี้และภพชาติหน้า เด็กเคารพผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เมตตาเด็ก ทุกคนมีความ รักใคร่ สามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
เรียบเรียงจากhttp://www.kalyanamitra.org/meditation/7base.html ก็ลองๆเอาไปทำดูและถ้ามีผลการปฏิบัติธรรมเป็นอย่างไรก็เม้นตอบมาได้นะครับ |
||||
|
|